วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ตลาดไท(เสรี)

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ผมได้ยินข่าวใหญ่เรื่อง ชิมิ ที่ถูกปลุกกระแสโดยรองนายกฯของไทย ราวกับว่า ชิมิ เป็นมหันตภัยที่กำลังคุกคามภาษาไทยเลยทีเดียว ไม่แปลกครับที่ท่านจะหวงแหนภาษาไทย แต่คงไม่ขนาดนั้นมั้งครับ เพราะไม่เช่นนั้น กิ๊บเก๋ยูเรก้า จ๊าบ บ้างอะไรบ้าง หรือคำพูดแอ๊บแบ๊วต่างๆ ที่มีมาตั้งแต่สมัยพ่อสมัยแม่ผม คงจะทำลายภาษาไทยจนสิ้นซากแล้วมั้งครับ พูดไปครับ เดี๋ยวมันก็หายไป ผมรู้สึกว่าคำพวกนี้มาพอเป็นกระแส ให้รู้ว่า ภาษาไทยก็มีอารมณ์ขัน อารมณ์น่ารักบ้างอะไรบ้างเถอะครับ ฮ่าๆ

ปรากฏการณ์นี้ทำให้สัมผัสได้ว่า บางทีเรายังห่างไกลและขาดความเชื่อมั่นต่อกลไกตลาดอยู่มาก เพราะแม้แต่ภาษาก็มีกลไกตลาดครับ เมื่อมันไม่เป็นที่นิยมมันก็ถูกตลาดทำให้ตกยุคไปเอง ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ ผมได้ยินคำต่างๆมากมายที่ดูจะผิดเพี้ยนไปจากหลักภาษาไทย และหลายครั้งผมก็ได้ยินถึงความเป็นห่วงจากผู้ใหญ่ที่บอกว่า ภาษาไทยจะวิบัติ น่าแปลกครับ ตั้งแต่แม่ผมเด็กๆจนถึงตอนนี้ มันก็ยังอยู่ดี และผมคิดว่าเรายังรักภาษาของตนเองมากยิ่งกว่าชนชาติอื่นอีกด้วย เพราะเราเน้นภาษาไทยอย่างเดียวจริงๆ (ผู้บริหารโตชิบ้ากล่าวว่า พนักงานชาวเวียดนามในสายการผลิตของโรงงาน ยังสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย)

พอพูดเรื่องนี้ต่อก็คันปาก อยากพูดต่อถึงเรื่อง ตลาด มีเรื่องหนึ่งครับที่ผมรู้สึกว่า คนไทยกลัวมากคือ การแข่งขัน ซึ่งมันเป็นตัวแปรสำคัญในกลไกตลาด และทำให้ผลผลิตจากตลาดมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากการที่ได้สัมผัสจากการทำงานมาระยะหนึ่ง ผมมักได้ยินคนพูดว่า มันการแข่งขันสูงนะ แบบนี้ล่ะดีแล้ว อะไรทำนองนี้ มันทำให้นั่งคิดต่อไปว่า ถ้าวันหนึ่งที่ทุกอย่างบนโลกใบนี้เปิดเสรีอย่างจริงจังเมื่อไร เราจะอยู่ยังไงล่ะเนี่ย (ได้อ่านมาว่า อีกประมาณ 5 ปี จะมีการเปิดเสรีในอาเซียน รวมไปถึงแรงงานด้วย) ประเทศเรามีอาชีพสงวนสำหรับคนไทยอยู่หลายอาชีพ ผมจำได้ไม่ทั้งหมด แต่ที่จำได้มี สถาปนิก วิศวกร ช่างตัดผม แต่ผมเป็นคนหนึ่งที่ยังเชื่อในกลไกตลาดอยู่มาก เลยคิดว่า แม้การเปิดเสรีให้วิศวกรต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้จะทำให้ผมหางานยากขึ้น แต่ผมก็ยังยินดี เพราะมันทำให้เราได้แข่งขัน และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุดก็จะเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้การทำงานอย่างแท้จริง ไม่ต้องไปไขว่ขว้าไปทำงานต่างประเทศ เพื่อนำมาเป็นดีกรีว่าเรามีประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ เค้าอาจเรียนมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลกมาทำงานในประเทศไทยและถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับโลกให้กับเรา นอกจากนี้ ผมเชื่อว่ามันจะส่งผลโดยตรงไปสู่สถาบันการศึกษาของไทยเช่นกัน หลายๆคนอาจจะยอมรับถึงข้อด้อยของนิสัยคนไทย และการที่ได้ทำงานกับชาติที่เข้มแข็งทางวินัย ย่อมทำให้เราพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น ทั้งหมดนี้ ก็จะส่งผลไปถึงคุณภาพของคนในชาติที่จะพัฒนาขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

ไม่มีความคิดเห็น: