การผูกขาดทางการค้า เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในระบอบทุนนิยม
เป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับกลไกตลาด
เป็นสัญญาณอันตรายต่อผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง
และผลเสียอื่นๆอีกมากมาย
ด้วยเหตุที่ผลเสียรุนแรงเช่นนี้แล้ว
ประเทศต้นตำรับทุนนิยมอย่าง สหรัฐอเมริกา
จึงมีกฎหมายป้องกันการผูกขาดอย่างเข้มงวด
แต่
สำหรับประเทศไทย ซึ่งเรียกตัวเองว่า
"ประเทศที่มีเศรษฐกิจแบบทุนนิยม"
เกิดคำถามขึ้นว่า
??จริงหรอ??
เราอาจเคยคิดว่า มีบริษัททางพลังงานบางบริษัทในประเทศไทย
ที่ทำการผูกขาดผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่ง อย่างโจ๋งครึ่ม
นี่คือรูปแบบหนึ่งในการผูกขาด
หรือระบบรถไฟฟ้าที่เหมือนเป็นการผูกขาด
แต่เป็นสิ่งที่ได้มีการแข่งขันกันตั้งแต่การประมูลแล้ว
สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็น จากการที่ได้ท่องเที่ยวในประเทศไทย
ทำให้เกิดคำคำหนึ่งขึ้นในความคิดของผม คือ
"การผูกขาดแผ่นดิน"
ความหมายของคำนี้ ในมุมมองของผมเกิดขึ้นจาก
การที่ผมไปเที่ยวเกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งมีวิวของท้องทะเลที่สวยงาม
สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตก ด้านหลังของรีสอร์ทติดภูเขา
นับเป็นชัยภูมิแห่งการพักผ่อนที่ดีทีเดียว
แต่
ในด้านที่พัก หรือ ตัวรีสอร์ท กลับมีการบริหารจัดการที่
ทำให้รู้สึกขัดต่อความสวยงามของวิวทิวทัศน์
การบริการที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองเป็นพลเมืองชั้นสอง
การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ถูกละเลย
ถามว่า แล้วทำไมผมถึงไม่ไปรีสอร์ทอื่นล่ะ
ตอบว่า มีรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่มีที่พักสวยงาม
ติดอยู่ที่ว่า มันไม่มีหาดทราย
เพราะเมื่อไปทะเลก็ย่อมนึงถึงหาดทรายขาวละเอียด
ซึ่งเชื่อว่าทุกคนไปเที่ยวย่อมให้ความสำคัญต่อความงามของธรรมชาติเป็นสิ่งใหญ่
จึงต้องการเลือกที่ที่สวยงามที่สุด
การที่รีสอร์ทที่ผมไปพักจะเกิดการพัฒนาได้
ย่อมเป็นไปตามกลไกตลาดที่ย่อมก่อให้เกิดการแข่งขัน
แต่ถ้าชัยภูมิที่ดีที่สุดซึ่งมีอยู่แห่งเดียวในเกาะแห่งนี้
ตกไปอยู่ในมือของเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ล่ะ
จะทำยังไง
หากแต่ประเทศไทยมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว
เพราะมีธรรมชาติที่สวยงาม
แล้วมันจะหารายได้แบบนี้ได้นานแค่ไหนล่ะ
และเมื่อเค้ากำลังหากินกับแผ่นดินไทย ซึ่งก็เป็นของผมเช่นกัน
เมื่อเค้าไม่รักษาสิ่งแวดล้อม
เมื่อเค้าไม่ให้ความสำคัญกับคนไทยด้วยกัน
ผืนแผ่นดินแห่งนั้นมันควรค่ากับรีสอร์ทแห่งนั้นแล้วหรือ
ในมุมมองของผม
ผมคิดว่า ผืนแผ่นดินที่สวยงามนั้นน่าจะเป็นของรัฐ
ที่ควรจะให้สัมปทานกับเอกชนที่มีความเหมาะสม
จากการกำหนดเงื่อนไขผู้ประกอบการและการประมูลแข่งขัน
ควรจะมีการประมูลเปิดให้เอกชนมาแข่งขันกันว่า
ใครให้ผลประโยชน์แก่รัฐมากที่สุด
ภายใต้เงื่อนไขที่
รักษาสภาพแวดล้อมด้วย
สามารถยกเลิกสัมปทานเมื่อทำให้เสื่อมโทรมและกำหนดค่าปรับ
สอดคล้องกับนโยบายชุมชนนั้นๆ เช่น
ปลอดอบายมุข เป็นต้น
ส่วนรายได้ที่รัฐจัดเก็บก็นำไปบริหารกับพื้นที่ท่องเที่ยว
ที่จะเป็นของสาธารณะ เช่น หาดสาธารณะ เป็นต้น
ซึ่งจะเป็นการลดการผูกขาดที่ผมคิดว่าดีวิธีหนึ่ง...
.......
เป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับกลไกตลาด
เป็นสัญญาณอันตรายต่อผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง
และผลเสียอื่นๆอีกมากมาย
ด้วยเหตุที่ผลเสียรุนแรงเช่นนี้แล้ว
ประเทศต้นตำรับทุนนิยมอย่าง สหรัฐอเมริกา
จึงมีกฎหมายป้องกันการผูกขาดอย่างเข้มงวด
แต่
สำหรับประเทศไทย ซึ่งเรียกตัวเองว่า
"ประเทศที่มีเศรษฐกิจแบบทุนนิยม"
เกิดคำถามขึ้นว่า
??จริงหรอ??
เราอาจเคยคิดว่า มีบริษัททางพลังงานบางบริษัทในประเทศไทย
ที่ทำการผูกขาดผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่ง อย่างโจ๋งครึ่ม
นี่คือรูปแบบหนึ่งในการผูกขาด
หรือระบบรถไฟฟ้าที่เหมือนเป็นการผูกขาด
แต่เป็นสิ่งที่ได้มีการแข่งขันกันตั้งแต่การประมูลแล้ว
สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็น จากการที่ได้ท่องเที่ยวในประเทศไทย
ทำให้เกิดคำคำหนึ่งขึ้นในความคิดของผม คือ
"การผูกขาดแผ่นดิน"
ความหมายของคำนี้ ในมุมมองของผมเกิดขึ้นจาก
การที่ผมไปเที่ยวเกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งมีวิวของท้องทะเลที่สวยงาม
สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตก ด้านหลังของรีสอร์ทติดภูเขา
นับเป็นชัยภูมิแห่งการพักผ่อนที่ดีทีเดียว
แต่
ในด้านที่พัก หรือ ตัวรีสอร์ท กลับมีการบริหารจัดการที่
ทำให้รู้สึกขัดต่อความสวยงามของวิวทิวทัศน์
การบริการที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองเป็นพลเมืองชั้นสอง
การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ถูกละเลย
ถามว่า แล้วทำไมผมถึงไม่ไปรีสอร์ทอื่นล่ะ
ตอบว่า มีรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่มีที่พักสวยงาม
ติดอยู่ที่ว่า มันไม่มีหาดทราย
เพราะเมื่อไปทะเลก็ย่อมนึงถึงหาดทรายขาวละเอียด
ซึ่งเชื่อว่าทุกคนไปเที่ยวย่อมให้ความสำคัญต่อความงามของธรรมชาติเป็นสิ่งใหญ่
จึงต้องการเลือกที่ที่สวยงามที่สุด
การที่รีสอร์ทที่ผมไปพักจะเกิดการพัฒนาได้
ย่อมเป็นไปตามกลไกตลาดที่ย่อมก่อให้เกิดการแข่งขัน
แต่ถ้าชัยภูมิที่ดีที่สุดซึ่งมีอยู่แห่งเดียวในเกาะแห่งนี้
ตกไปอยู่ในมือของเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ล่ะ
จะทำยังไง
หากแต่ประเทศไทยมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว
เพราะมีธรรมชาติที่สวยงาม
แล้วมันจะหารายได้แบบนี้ได้นานแค่ไหนล่ะ
และเมื่อเค้ากำลังหากินกับแผ่นดินไทย ซึ่งก็เป็นของผมเช่นกัน
เมื่อเค้าไม่รักษาสิ่งแวดล้อม
เมื่อเค้าไม่ให้ความสำคัญกับคนไทยด้วยกัน
ผืนแผ่นดินแห่งนั้นมันควรค่ากับรีสอร์ทแห่งนั้นแล้วหรือ
ในมุมมองของผม
ผมคิดว่า ผืนแผ่นดินที่สวยงามนั้นน่าจะเป็นของรัฐ
ที่ควรจะให้สัมปทานกับเอกชนที่มีความเหมาะสม
จากการกำหนดเงื่อนไขผู้ประกอบการและการประมูลแข่งขัน
ควรจะมีการประมูลเปิดให้เอกชนมาแข่งขันกันว่า
ใครให้ผลประโยชน์แก่รัฐมากที่สุด
ภายใต้เงื่อนไขที่
รักษาสภาพแวดล้อมด้วย
สามารถยกเลิกสัมปทานเมื่อทำให้เสื่อมโทรมและกำหนดค่าปรับ
สอดคล้องกับนโยบายชุมชนนั้นๆ เช่น
ปลอดอบายมุข เป็นต้น
ส่วนรายได้ที่รัฐจัดเก็บก็นำไปบริหารกับพื้นที่ท่องเที่ยว
ที่จะเป็นของสาธารณะ เช่น หาดสาธารณะ เป็นต้น
ซึ่งจะเป็นการลดการผูกขาดที่ผมคิดว่าดีวิธีหนึ่ง...
.......